กปปส. : 3 รมต. ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งโดยทันที หลังศาลสั่งติดตะรางคดี กปปส. แต่หลุดข้อหากบฏ

By | 25/02/2021

ศาลอาญาพิพากษาติดคุกแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่บริบูรณ์อันมีพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นประธาน” (กปกรมประชาสงเคราะห์) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย ถูกพิพากษาติดคุกด้วย แล้วก็จะต้องหลุดจากตำแหน่งในทันที เนื่องจากขาดคุณลักษณะตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ศาลอาญา ถนนรัชดา นัดฟังคำพิพากษาคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปกรมประชาสงเคราะห์ กับพวกรวม 39 คน เป็นเชลยในความผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ทำลายระบอบการปกครอง มั่วชุมนุมทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองฯ แล้วก็ข้อหาอื่นๆจากการชุมนุมด้านการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
เฉพาะนายสุเทพ แล้วก็นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นเชลยคดีก่อการร้ายโดยการใช้
คดีนี้อัยการที่ทำการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา แล้วก็ต่อมาฟ้องเพิ่มเติมอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน เมื่อวันที่ 24 เดือนมกราคม 2561 เชลยทั้งหมดทั้งปวงให้การไม่ยอมรับแล้วก็ได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำพิพากษากว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ในการอ่านพิพากษา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ติดคุก 5 ปี
นายชุมพล จุลใส ติดคุก 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิดงษ์ ปุณณโกน ติดคุก 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย ติดคุก 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม ติดคุก 5 ปี
นายณัฏฐพล ทีปกาญจน์ ติดคุก 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมชนิด ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
สำหรับเชลยรายอื่นๆที่จะต้องคำพิพากษาติดคุกในคดีเดียวกัน มี
น.ส. อัญชะลี ผู้จองเวรรัก ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ ดงษ์ไพบูลย์ ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
นายสมอำนาจ โกศัยสุข ติดคุก 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองคำเลิศ หรือพระพุทธอิสระ ติดคุก 4 ปี 8 เดือน
นายแสดง เซกัลป์ ติดคุก 2 ปี รองลงทัณฑ์ ปรับ 26,666 บาท
พล.อ.ท. วัชระ ฤทธีคนี ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
พล.ร้อยเอก ชัย กาญจน์ภาพ ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
ร้อยตรี แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์ ติดคุก 4 ปี 16 เดือน
นายมั่นแม่น กะการดี ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองคำศรี ติดคุก 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ติดคุก 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหิน ติดคุก 2 ปี
นายสำราญ รอดเพชร ติดคุก 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ ติดคุก 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ติดคุก 1 ปี รอลงทัณฑ์ ปรับ 13,333 บาท
นายกิตว่ากล่าวชัย ใสสะอาด ติดคุก 4 เดือน รอลงทัณฑ์ ปรับ 6,666 บาท
นางทยา ทีปกาญจน์ ติดคุก 1 ปี 8 เดือน รอลงทัณฑ์ ปรับ 26,666 บาท

3 รมต. พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำพิพากษาศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ดังเช่นว่า นายณัฏฐพล ทีปกาญจน์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ, นายพุทธิดงษ์ ปุณณโกน รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแล้วก็สังคม แล้วก็นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการคมนาคม จะต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลในทันที เนื่องจากความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) แล้วก็มาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ หากแม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครือสวย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมาการันตีในประเด็นนี้
ส่วนกรณีของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการพินิจพิจารณากันในกลุ่มนักการเมืองว่าถ้าหากยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทวดาไท เสนตระกูล อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 98(6), 101(6) ถ้าหากจะต้องคำพิพากษาให้ติดคุกและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการบ้านการเมือง 7 คน

แม้กระนั้นสำหรับนายณัฏฐพล ทีปกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พปชร., นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุมพร ปชป. แล้วก็นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ปชป. จะต้องหลุดจากที่ประชุม เหตุเพราะศาลอาญายังสั่งยกเลิกสิทธิด้านการเมืองของพวกเขาตรงเวลา 5 ปี ซึ่งนอกเหนือจากเชลย 3 คนนี้ ยังมีคำบัญชายกเลิกสิทธิการบ้านการเมืองของนายสุวิทย์ ทองคำเลิศ, ร้อยตรี แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร แล้วก็นางทยา ทีปกาญจน์ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าพึงพอใจลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ด้วย
แต่ในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วมีความเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวิเคราะห์คือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ คาดหวังรัฐบาลลาออก ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อขจัดปัญหาประเทศก่อนเลือกตั้ง จึงไม่มีลักษณะทำลายการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำชี้ขาดรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร วิเคราะห์แล้วไม่มีเจตนาความผิดพลาดฐานกบฏ

ต้นเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำพรรณนาภาพ,
อดีตแกนนำ กปกรมประชาสงเคราะห์ เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำตัดสิน

sutrep3

“อะไรจะกำเนิดก็จะต้องกำเนิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อรับฟังคำพิพากษา นายสุเทพกล่าวว่า “อะไรจะกำเนิดก็จะต้องกำเนิด” โดยพูดว่าเชลยทั้งยัง 39 คนได้สนทนากัน แล้วก็ทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร แม้กระนั้นย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ตั้งมั่นความประพฤติที่รับผิดชอบ มิได้ต้องการฝ่าฝืนกฎหมาย ยกย่องข้อบังคับในกระบวนการยุติธรรม แล้วก็น่าสดชื่นมากทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปกรมประชาสงเคราะห์ ถูกดำเนินคดี ไม่มีผู้ใดหลบซ่อนคดี
ในเวลาที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถนนรัชดา มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจเชลยทั้งยัง 39 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นโดยรอบพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องเบื้องหลัง กปกรมประชาสงเคราะห์
• สุเทพ: “สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดภายใต้ความน่าจะเป็นไปได้คือ พล.อ.ประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการบ้านการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ทักษิณ ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่ในการประเทศไทยไปอีกนานขนาดไหน
กปกรมประชาสงเคราะห์ นำโดยนายสุเทพจัดการชุมนุมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 รอบๆ ถนนเลียบสถานีรถไฟสามเสน จังหวัดกรุงเทพ เพื่อต้านการช่วยส่งเสริมร่างพระราชบัญญัติ (พระราชบัญญัติ) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดตรอก” ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินการปฏิบัติ เปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมบนถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบ้านการเมืองไทยที่ลากยาวตรงเวลา 204 วัน ก่อนจะจบในวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย นำคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับความประพฤติความผิดพลาดที่อัยการบรรยายในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• ก่อตั้งคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปกรมประชาสงเคราะห์
• ร่วมกันมั่ว เป็นอั้งยี่ รังโจน ก่อตั้งกองกำลัง แบ่งภาระหน้าที่กันทำก่อความผิดพลาดต่อความยั่งยืนและมั่นคงของรัฐข้างในแว่นแคว้น
• ยุยงปลุกระดมให้ประชาชนทั้งประเทศกระด้างกระเดื่อง ร่วมชุมนุมขับไส น.ส. ยิ่งลักษณ์ คุ้นชินการปฏิบัติ นายกฯ (ในตอนนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง
• กีดกั้นการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้นายกฯ แล้วก็ ครม. ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับที่ค่อนข้างสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปกรมประชาสงเคราะห์
• ตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลประชาชน” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะสั่งการตั้งนายกฯ แล้วก็ ครม. โดยจะนำรายนามขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• ก่อตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการแล้วก็หน่วยงานสำคัญหลายแห่ง เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• ปิดกั้นกีดกั้นทางคมนาคมขนส่งส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
• ปิดจังหวัดกรุงเทพ ด้วยการตั้งเวทีปราศรัย 7 จุดทั่วจังหวัดกรุงเทพ ปิดกั้นเส้นทางการจราจร ก่อตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวโยง

กลุ่มผู้ผลักดันและสนับสนุนมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปกรมประชาสงเคราะห์ ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้ประกัน เข้าตารางในทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำ ปปกรมประชาสงเคราะห์ เดี๋ยวนี้ครอบครองตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร มิได้ประกันตัวนะครับ 😢😢😢” ซึ่งหมายถึง
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล ทีปกาญจน์
• นายพุทธิดงษ์ ปุณณโกน
• นายชุมพล จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน ดังเช่นว่า
• นายสุวิทย์ ทองคำเลิศ หรือพระพุทธอิสระ
• ร้อยตรี แซมดิน ยอดเยี่ยมบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
ต้นเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำพรรณนาภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา ข้างหลังคำตัดสิน เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อรอส่งไปคุก
ราว 20.30 น. ผู้ต้องขังทั้งยัง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของคุกไปติดคุกที่คุกพิเศษจังหวัดกรุงเทพ โดยมีประชาชนปริมาณหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมร้อง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการชุมนุมปิดจังหวัดกรุงเทพ แล้วมีเสียงแผดเสียงว่า “คนทรามหนีหมด คนดีหนีเข้าตาราง คนทรามหนีไปต่างประเทศ ถัดไปผู้ใดกันแน่จะออกมาสู้”
นางทยา ทีปกาญจน์ ที่ถูกจำตาราง 1 ปี 8 เดือน รอลงทัณฑ์ ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าศาลในภาวะคีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งหมดทั้งปวงจะขออุทธรณ์แล้วก็ขอประกันตัวอีกที
นอกเหนือจากคดีกบฏ กปกรมประชาสงเคราะห์ ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาพิพากษาเมื่อ 25 เดือนกรกฎาคม 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปกรมประชาสงเคราะห์ มี นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายโภคทรัพย์ ดำรงธัญญวงศ์ แล้วก็นายสกลธี ภัททิยกุล ในความผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏแล้วก็อื่นๆรวม 8 ข้อหา โดยบอกเหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังได้ว่าเชลยทั้งยัง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ต่อมาอัยการได้ขออุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม