09/08/2022
Breaking News

“ยกวิทย์” ฟาด “เชาว์ มีขวด” เงื่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัว “สรยุทธ” ถ้าด้านในสบายเพราะเหตุใดน้ำหนักลดพรวด-ผมหงอกทั้งยังหัว

อดีตรองผู้ประกาศ ปชป.โพสต์ดุกรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน ปล่อยเนื้อปล่อยตัว “สรยุทธ์” เพราะเป็นคนที่ใครๆก็รู้จัก ได้จัดรายการทีวีในเรือนจำ คนไม่รวยไม่ดังได้แต่มองตาปริบๆเจอคนเคยตารางตัวจริง “ชูวิทย์” ด่ากลับคนหัวขวดไม่รู้เรื่องกฎที่ต้องปฏิบัติตาม คนมั่งมีไม่รวยก็พักโทษได้ หากข้างในสบายเพราะเหตุไรน้ำหนักลดพรวด ผมหงอกทั้งหัว แถมคนที่ใครๆก็รู้จักจะต้องประพฤติตามระเบียบเป๊ะ ผิดมิได้ โดนร้องเรียนโดยทันที แต่สังคมไทยอยากดังไม่เคยรู้ทำยังไง เลยเกาะกระแสดุไปด้วย

วันนี้ (15 มี.ค.) ในกรณีที่นายเชาว์ มีขวด อดีตรองผู้ประกาศพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เนื้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “อิสระของสรยุทธกับปริศนากรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน” ใส่ความว่านายสรยุทธได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แตกต่างจากนักโทษโดยปกติ ได้รับสิทธิพิเศษให้จัดรายการทีวีในเรือนจำ ร่วมกับแขกรับเชิญจากด้านนอก ปรุงอาหารโชว์กันอย่างสนุก ทำให้การใช้ชีวิตในเรือนจำของนายสรยุทธจึงสุข ต่างจากนักโทษคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งได้รับการนำสชั้นเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเลิศอย่างเร็ว ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับโทษจำตารางจริงเพียงแค่ 1 ปี 2 เดือน 6 วัน ทิ้งปริศนาให้นักโทษที่มีอัตราโทษในระดับใกล้เคียงกันไปสู่เรือนจำพร้อม แต่ไม่รวย และไม่ดังเหมือนนายสรยุทธ ต่างนั่งสบตากันปริบๆคนไม่ใช่น้อยจึงสงสัยว่า นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้รับการอภัยโทษมาได้เช่นไร เพราะคดีโกงเป็นคดีแผนการที่ภาครัฐให้ความเอาใจใส่รวมทั้งกำจัดอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปราบทุจริตก็ข้อบังคับกีดกั้นคนทุจริตไว้ในหลายมาตรา

“ผมมิได้ไม่ชอบนายสุรยุทธกระทำตนเป็นคนดี ทำความดีในเรือนจำ รวมทั้งได้รับการลดโทษ แต่การได้รับการปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคในเรือนจำ 1 ปีเศษ นายสรยุทธดำรงชีวิตอยู่อย่างสบาย รวมทั้งได้รับการนำสชั้นอย่างเร็ว จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ หากไม่ใช่เพราะนายสรยุทธเป็นคนมั่งมี คนที่ใครๆก็รู้จัก จะได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้ไหม นับว่าเป็นปริศนาคาใจที่กรมราชทัณฑ์จะต้องตอบ มิฉะนั้นคำว่าสองมาตรฐาน ตารางไว้ขังคนจน คนมั่งมีไม่จำคุก ไปจนกระทั่งรวย ดัง ออกจากตารางง่าย คนจนหมดโอกาสมองเห็นแสงอาทิตย์ เพราะใช้ประโยชน์จากข้อจำกัดการลดโทษไม่เป็น ไม่อยู่ในสายตาคนคุมกฎที่จะเดินเรื่องให้ เรือนจำจึงมืดสนิทสำหรับคนปริมาณหนึ่ง แต่สว่างโร่ได้สำหรับบางบุคคลใช่ไหม ผมไม่อยากให้การออกจากตารางของนายสรยุทธคราวนี้มีบริบทเรื่องบุญคุณจะต้องทดแทน เพราะกรรมกรข่าวสารพันล้านคนนี้มีผลกระทบด้านความคิดต่อผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย รวมทั้งกำลังจะกลับไปปฏิบัติงานด้านสื่อในเร็ววันนี้” นายเชาว์ระบุ
ปรากฏว่าเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ ใจวิศิษฎ์” ของนายชูวิทย์ ใจวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.พรรครักเมืองไทย โพสต์เนื้อความโต้ตอบนายเชาว์ หัวข้อ “อุปนิสัยคน ที่ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง” บอกว่า “ขอเรียนให้คนหัวขวดบางบุคคลที่ไม่รู้เรื่องกฎที่ต้องปฏิบัติตามของกรมราชฑัณท์ได้รับรู้ว่า “การพักโทษ” ในแต่ละเดือน นักโทษที่เข้ามาตรฐานพักโทษต้องเป็นนักโทษที่กระทำผิดหนแรก ไม่ใช่ทำผิดซ้ำซากจำเจ และไม่เป็นคดีอุกอาจ อย่างคดีฆ่า ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเพศ ข่มขืนกระทำชำเรา เรียงคิวข่มขืน หรือฉ้อโกงพลเมือง อย่างนี้พักโทษมิได้ ที่สำคัญมิได้เป็นการพักโทษสรยุทธเพียงคนเดียว เพราะรวย โด่งดัง หรือเคราะห์ดีคุณจะต้องชดเชยผู้ใดแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะได้เข้ามาตรฐานตามกฎระเบียบของกรมราชฑัณท์ คนจนหรือคนมั่งมีจำคุกก็มีสิทธิจะพักโทษได้เช่นกัน อย่าไปตั้งแง่คนมั่งมีทำได้ คนจนทำไม่ได้ เปรียบเสมือนตนเองรู้เรื่องคนจนมากยิ่ง โถ.. รวยหรือกระทั่ง ปัจจุบันนี้จำคุกเช่นกันหมด

หรือถ้ามีความรู้สึกว่าข้ามขั้นตอนได้ ลองไปถามบรรดารัฐมนตรี อธิบดี นักการเมืองที่เข้าตารางเพราะคดีสิ้นสุดแล้ว ว่าลัดขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ได้ไหม? การใช้ชีวิตเยี่ยงนักโทษทั่วไปเกิดเรื่องทุกข์ยากกว่าจะปรับพฤติกรรมได้ สังเกตดูหน้าตา ร่างกาย ล้วนซูบซีด น้ำหนักลดพรวดโดยไม่ต้องรับประทานยาลดหุ่น ผมที่เคยดำก็ขาวขาวทั้งหัว ถ้ากินอยู่สบายจริง เพราะเหตุไรถึงดูแตกต่างกันไปราวกับคนละคน? อยากให้คนพูดไปลองจำคุกดู มันสบายเหมือนปากพล่อยๆที่กล่าวออกมาไหม? จำคุกไม่มีสบายหรอก ยิ่งปัจจุบันด้วยแล้ว บรรดานักโทษหรือพี่น้องนักโทษผู้อื่นต่างจะต้องร้องเรียนกันโดยทันที ไม่มีเบรคขอรับ เพราะอิสระต้องการของทุกคนเช่นกันหมด คดีที่ทำให้ท่านสรยุทธจำคุก นับว่าเป็นคดีแนบมาตราเมื่อมีอภัยโทษ อันหมายความว่า แม้จะได้ชั้นเลิศก็มิได้ลดแบบนักโทษคนอื่นๆเขาเสียด้วย เพราะจะถูกลดอัตราส่วนให้ลดน้อยลง อย่างเช่น ธรรมดาชั้นเลิศ ได้ลดโทษ 1 ใน 2 (ภาษาตารางเรียกผ่าครึ่ง) อย่างเช่น ติด 8 ปีลดเหลือ 4 ปี ส่วนสรยุทธได้ลดแค่ 1 ใน 3 หมายความว่า ติด 8 ปี ลดได้เพียงแค่ 2 ปีครึ่งเพียงแค่นั้น แต่ฟ้าโปรด มีการอภัยโทษ 2 ครั้งในปีก่อน ระหว่างสรยุทธอยู่ในเรือนจำ จะไปว่าสรยุทธมีสิทธิพิเศษได้เช่นไร ไม่มีผู้ใดทราบดีว่าจะมีอภัยโทษเมื่อใด? แม้กระทั้งกรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่เคยรู้

ส่วนคนยิ่งดัง เข้าตารางยิ่งจะต้องทำใจ เพราะตกจากฟ้ามาสู่ดินในช่วงข้ามคืน กรมราชทัณฑ์ยิ่งต้องระวัง ทำทุกสิ่งทุกอย่างตามกฎระเบียบเป๊ะ ผิดมิได้ เพราะจะถูกร้องเรียนจากนักโทษร่วมกันโดยทันที ในตารางนักร้องเรียนมากมายขอรับ หูตาไว ผู้ใดได้ข้ามขั้นแซงหน้าสหายเกิดเรื่องแน่ ไอ้คนที่กล่าว เสียดายความรู้ที่เล่าเรียนมา เป็นนักการเมืองก็มิได้ เป็นนิสัยชาวไทยก็ไม่ใช่ คนทำผิดแล้วไม่หนี เดินก้มตัวเข้าตาราง ยังทำประโยชน์ให้สังคมได้ เช่นคนทำกับข้าวเป็น ก็ไปปรุงอาหาร คนทำไม้เป็น ก็ไปเป็นช่างไม้ คนเคยเป็นอาจารย์ ก็ไปสอนหนังสือนักโทษ ทุกคนล้วนประพฤติตนมีคุณประโยชน์ต่อราชการ มีระบบระเบียบปรับชั้นได้ กลับกัน ถ้าผู้ใดทำผิดระเบียบชกต่อยกันในตารางก็โดนปรับชั้นลงได้เช่นกัน โน้ส อุดม เป็นนักแสดงที่น่าเลื่อมใส ที่เข้าไปสร้างผลดี สร้างความรื่นเริงใจในตาราง ไม่ใช่เฉพาะตอนสรยุทธติดเพียงแค่นั้น ลองไปดูใน Youtube หลายที่ที่คุณโน้สเข้าไป ทั้งเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งอีกหลายเรือนจำ สามารถช่วยลดความเคร่งเครียดในตารางเป็นครั้งคราวให้นักโทษได้ แต่สังคมไทยมักมีคนทำนองนี้ คืออยากดังแต่ไม่เคยรู้จะทำให้ตนเองดังยังไง เลยจะต้องเกาะกระแสติชมคนที่ใครๆก็รู้จักไปบ่อย เข้าทำนอง “อยากดัง แต่หาตนเองไม่เจอ” ที่สำคัญคือไม่มีองค์ความรู้ คนแบบนี้ไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง อยู่ที่ไหนก็ไปหมั่นไส้คนอื่นๆ ตนเองดี คนอื่นๆเลวทราม แต่เสแสร้งบอกว่ามิได้เกลียดชัง

ผมเป็นคนๆหนึ่งที่เคยเปิดเผยหลายอย่างของกรมราชทัณฑ์มากว่า 15 ปี เพราะเคยไปติดจริงตั้งแต่ปี 2546 จนกระทั่งบัดนี้ สารภาพว่ากรมราชทัณฑ์พัฒนาปรับแต่งไปมากในยุคหลังๆมือถือไม่มี ยาไม่มี แม้กระทั้งบุหรี่ยังไม่มีให้สูบ อดีตสมัยดูดได้เสรียันก่อนนอน ถามจริงๆคนหัวขวดที่พร่ำเรื่องความเป็นธรรม เคยเข้าไปในเรือนจำ เคยเห็นสภาพในเรือนจำภายในสักที่ไหม? สรยุทธต่อสู้คดีถึงศาลฎีกา คืนเงินพร้อมดอกเบี้ย เข้าไปจำคุก เข้ามาตรฐานพักโทษพิเศษ โทษยังมิได้หมดไป จะต้องใส่กำไล EM จะไปไหนอย่างเสรีก็มิได้ ออกนอกพื้นที่จะต้องขออนุญาต มิได้ข้ามขั้นตอนใดของทางกรมราชทัณฑ์เลยนิดหน่อย คนอย่างนี้ควรให้เขาออกมาทำประโยชน์ดีมากกว่าไหม? เพราะถ้าเทียบกับคนไร้ประโยชน์ ที่เอาแต่ออกมาติชมคนอื่นๆแล้ว เขายังทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าแยะ”