09/08/2022
Breaking News

“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ยกสถานะ ทำซื้อวัคซีนโควิดได้ แม้กระนั้นจำต้องมาขอ อย.-สธ.

“วิษณุ” แจง “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” ชูสถานะเสมอกัน กระทรวงทบวง กรม ทำให้ดีลซื้อวัคซีนโควิด-19 เองได้ แม้กระนั้นต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา-สธ. จนกระทั่ง ใช้งบฯตัวเอง อุดช่องว่างช่วงขาด ย้ำ เมื่อไทยผลิตเองต้องหยุด จนกระทั่ง รัฐบาลไม่ได้เอื้อ

วันที่ 27 พค. นายวิษณุ เครือสวย รองนายกรัฐมนตรี เอ๋ยถึงกรณีราชกิจนุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เกี่ยวกับการให้บริการทางด้านการแพทย์แล้วก็ การสาธารณสุข ในเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรที่นา 2019 แล้วก็ เหตุการณ์การรีบด่วนอื่นๆว่า ความแจ่มกระจ่างได้เกิดขึ้นวันนี้ เมื่อ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ออกหลักเกณฑ์หรือเรียกว่า คำบัญชาดวงตามมาอีกฉบับหนึ่งเพื่อขยายความ โดยมีความแจ่มกระจ่างขึ้น ดังต่อไปนี้

1.ซึ่ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีอำนาจทางด้านกฎหมายของเขาที่จะออกประกาศอย่างงี้ได้ เพื่อที่จะนำเข้า วัคซีน ยา เวชภัณฑ์แล้วก็อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากไม่ออกประกาศอย่างนี้มาจะไม่อาจจะนำเข้าได้ แล้วก็การออกประกาศดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพื่อที่จะมีอำนาจนำเข้า แม้กระนั้นไม่ใช่ว่าสามารถนำเข้ามาโดยอิสระ ด้วยเหตุว่าต้องทำตามกฎหมายที่มีอยู่ทุกสิ่ง ดังเช่น ขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) กระทรวงสาธารณสุข แม้กระนั้นหากไม่ออกประกาศมาก็จะไม่อาจจะขอยื่นอะไรได้เลย หรือ เรียกว่าตกคุณสมบัติ

2.เป็นการใช้อำนาจในช่วงวิกฤติเหตุการณ์ โควิด-19 แค่นั้น แล้วก็ใช้ช่วงที่วัคซีนขาด โดยหลักเกณฑ์ที่ นพ.นิธิ มหาความยินดี เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์นี้คลี่คลายอำนาจนี้ก็จะหมดไป หรือเมื่อผลิตวัคซีนขึ้นมาในประเทศได้อย่างพอเพียง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะหยุดการนำเข้าทั้งสิ้น

3.ต้องทำตามข้อกำหนดกฎหมายที่มีอยู่ทุกสิ่ง ด้วยเหตุนี้ประกาศดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเพื่ออุดช่องว่างแค่นั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการหาซ้ำไปซ้ำมากับทางกระทรวงสาธารณสุข ที่กำลังทำงานอยู่หรือไม่ นายวิษณุ พูดว่า ไม่ซ้ำไปซ้ำมา ด้วยเหตุว่าต้องไปขอจากกระทรวงสาธารณสุข อยู่ดี ก็แค่เขาเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ราวเอกชน หรือใครต่อใครที่ไปติดต่อแล้วกลับมาขอ โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีความสามารถที่จะไปติดต่อกับหน่วยงานต่างถิ่น ดังเช่น สปุตนิก หรือแม้แต่ ไฟเซอร์ แล้วก็โมเดอร์ที่นา ราวเอกชนหลายคนที่มีความสามารถ แม้กระนั้นก่อนหน้าที่ผ่านมา เอกชนไม่มีปัญหาในเรื่องของคุณสมบัติ แม้กระนั้นราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ก็เลยต้องออกประกาศมาว่า ตัวเองมีคุณสมบัติ แล้วจะมีสถานะเสมอกันกับเอกชนทั้งหลาย โดยต้องผ่าน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาร่วมทั้ง ยาฟาวิพิราเวียร์ วัคซีน แล้วก็เวชภัณฑ์ ไม่ว่าตัวใดก็ต้องมาขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอยู่ดี โดยหลังจากนี้ จะมีสมรรถนะไปติดต่อเองได้ แล้วก็เมื่อ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเห็นด้วยก็เอาเข้ามาได้ แม้กระนั้นทั้งสิ้นใช้งบประมาณของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เอง โดยไม่ได้มาของบราวๆของรัฐ ด้วยเหตุว่าไม่เช่นนั้น กระทรวงสาธารณสุขก็จะไปทำเอง

 

เมื่อถามว่า โรงพยาบาลอื่นๆดังเช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จะทำงานเหมือนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้หรือไม่ นายวิษณุ พูดว่า การที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต้องทำแบบนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ.ยา ผู้ที่จะนำเวชภัณฑ์ เข้ามาได้ หากเป็นราชการหมายถึงกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมหาวิทยาลัยของรัฐ ก็เข้าเกณฑ์ที่ตรงนี้อยู่แล้ว แม้กระนั้นราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ไม่เข้าเกณฑ์ เขาก็เลยต้องออกประกาศสถานะเขาขึ้นมา ถ้าในกรณีหากเป็นโรงพยาบาลเอกชน ดังเช่น โรงพยาบาลบํารุงราษฎร์ เขาก็มาแบบเอกชนเขาทำได้อยู่ วันนี้เอกชนหลายรายก็ทำกันอยู่ แต่เรื่องนี้ได้ตนชี้แจงให้ พล.อำเภอประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วก็ผู้อำนวยการศบค. พร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รู้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลทำงานเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอย่างรวดเร็วด้วยเหตุว่า องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แล้วก็นายกที่ประชุมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ลงชื่อใช่หรือไม่ นายวิษณุ พูดว่า “ตามพระราชบัญญัติประธานที่ประชุมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้ลงชื่อ ซึ่งท่านท่านเป็นประธานที่ประชุมฯ ด้วยเหตุนี้ บุคคลอื่นลงนามไม่ได้ แล้วก็กฎหมายก็เขียนไว้ว่า เมื่อเสร็จแล้วให้ลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศให้คนทั้งประเทศรับรู้ว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยกระดับขึ้น ด้วยเหตุว่าหากไม่มีการออกประกาศ แล้วก็ถ้าไปยื่นขอจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก็จะถูกตีกลับ ด้วยเหตุว่าไม่มีคุณสมบัติ”