16/08/2022
Breaking News

‘วันงดดูดบุหรี่โลก’ 31 เดือนพฤษภาคม เผยยุควัววิดคนไทยดูดน้อยลง 49.12%

“วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” ตรงกับวันที่ 31 เดือนพฤษภาคมของทุกปี เชิญเช็คสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์การสูบ “บุหรี่” ในประเทศไทย โดยยิ่งไปกว่านั้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่าแรงงานไทยบริโภคยาสูบลดน้อยลง 49.12%

เนื่องใน “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” ที่ตรงกับวันที่ 31 เดือนพฤษภาคมของทุกปี เชิญคนไทยมารู้จักสถิติต่างๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ “บุหรี่” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณนักสูบ ปริมาณการบริโภคยาสูบในประเทศไทย และก็ล่าสุด.. จะพาไปดูผลของการสำรวจการสูบบุหรี่กลุ่มแรงงานในช่วงโควิด-19 ระบาด กรุงเทวดาธุรกิจออนไลน์ เก็บข้อมูลมาให้รู้กัน ดังต่อไปนี้

1. คนไทยสูบบุหรี่ลดน้อยลง ช่วง “โควิด-19” ระบาด ปี 2564
มีข้อมูลอัพเดทจากหน่วยงานวิจัยและก็จัดแจงความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เผยออกมาว่า ศจย. ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” ได้ทำการตรวจเรื่อง “พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบของกลุ่มผู้ใช้แรงงานในช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และก็ปริมณฑล เมื่อม.ย. พ.ศ.2564
โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ใช้แรงงานนอกระบบ/ในระบบ ปริมาณ 1,120 ตัวอย่าง (เป็นต้นว่า มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แท็กซี่ งานบ้านงานเรือน เกษตร ประมง โรงงานอุตสาหกรรม โฮเต็ล ร้านค้า)

ผลการสำรวจพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบในช่วงเหตุการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ พบว่า

• ผู้ใช้แรงงานที่บริโภคยาสูบในปริมาณลดน้อยลง เนื่องมาจากรายได้ลดน้อยลงสูงที่สุด จำนวนร้อยละ 49.12

• รองลงมาคือ ลดบุหรี่เพราะเหตุว่ามีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จำนวนร้อยละ 29.57

• อันดับสามคือลดบุหรี่เพื่อปรารถนาดูแลสุขภาพ จำนวนร้อยละ 16.29 เป็นลำดับ
โดยความถี่ในการบริโภคยาสูบ พบว่า กลุ่มผู้ใช้แรงงานบริโภคยาสูบสูงที่สุด 6-10 มวนต่อวัน, รองลงมาอันดับสอง คือ 11-15 มวนต่อวัน ส่วนอันดับสาม คือ 1-5 มวนต่อวัน
ด้าน “วิธีการเลิกบริโภคยาสูบ” ที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานได้คิดแผนไว้ ผลของการสำรวจพบว่า โดยมากใช้วิธีลดปริมาณมวนบุหรี่ลง สูงที่สุด จำนวนร้อยละ 57.63 รองลงมาคือหยุดสูบโดยทันที (หักดิบ) จำนวนร้อยละ 34.41 และก็รับคำชี้แนะเพื่อเลิกบุหรี่ จำนวนร้อยละ 3.39

2. สถิติการบริโภคยาสูบของคนไทย ปี 2563
สภาพัฒน์ฯ รายงานเหตุการณ์ดื่มสุราและก็สูบบุหรี่ เมื่อช่วงไตรมาส 3 ในปี 2563 กล่าวว่า คนไทยบริโภคเหล้าและก็ยาสูบลดน้อยลง 5.5% โดยเหล้าลดน้อยลง 7.5% ยาสูบลดน้อยลง 2.5%
ด้านคณะกรรมการควบคุมสินค้ายาสูบแห่งชาติ และก็เลขาการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เผยออกมาว่า ยาสูบและก็เหล้าเป็นสาเหตุของ “ภาระโรค” สร้างการสิ้นไปทางสุขภาพจากการเจ็บป่วยและก็เสียชีวิตของคนไทยถึง 15.13% หรือแทบ 1 ใน 6 ของภาระโรคทั้งสิ้นในปี 2557
นอกจากนี้ยังส่งผลลบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ และก็สังคม อีกทั้งระดับครัวเรือน ชุมชน และก็ประเทศ เป็นปัญหาในการบรรลุผลการพัฒนาที่ยืนยงขององค์การสหประชาชาติ (อ่านเพิ่ม : สภาพัฒน์ฯ เผยไตรมาส 3/63 คนไทยกินเหล้า สูบบุหรี่ลดน้อยลง)

3. สถิติปริมาณนักสูบ พบว่าลดน้อยลงแต่ไม่มาก
ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติ มีรายงานการกระทำการสูบบุหรี่และก็การดื่มสุราของมวลชน พ.ศ. 2560 (ข้อมูลล่าสุดมีถึงปี 2560 เพียงแค่นั้น) โดยกล่าวว่ามวลชนไทยที่แก่ 15 ปี มีทั้งสิ้น 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรี่คนใหม่ 10.7 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 19.1) แยกเป็น
• ผู้ที่สูบเสมอๆ 9.4 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 16.8)
• ผู้ที่สูบนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน (จำนวนร้อยละ 2.3)
– มวลชนกลุ่มเยาวชนอายุ 16-19 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ต่ำสุด จำนวนร้อยละ 9.7
– มวลชนอายุ 20-24 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 20.7
– มวลชนอายุ 25-44 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุด จำนวนร้อยละ 21.9
– มวลชนอายุ 45-59 ปี อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 19.1
– มวลชนกลุ่มคนแก่ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) อัตราการสูบบุหรี่ จำนวนร้อยละ 14.4
แนวโน้มการสูบบุหรี่ในมวลชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดน้อยลงไม่มาก แต่ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 19.1 ในปี 2560
ผู้ชายที่สูบบุหรี่ลดน้อยลงมากกว่าผู้หญิง โดยผู้ชายลดน้อยลง จำนวนร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับผู้หญิงลดน้อยลงจากจำนวนร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เป็นจำนวนร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และก็จำนวนร้อยละ 1.7 ในปี 2560
อีกทั้ง มีข้อมูลที่ได้มาจากแผนกแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาหัวหน้า ได้ทำรายงานตรวจสาเหตุการตายจากบุหรี่ในปี 2560 ก่อนหน้านี้ พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 72,656 ราย ส่งผลให้เกิดค่าสูญเสียด้านเศรษฐกิจ เป็นต้นว่า ค่ารักษาพยาบาลปีละ 77,626 ล้านบาท ค่าขาดรายได้จากการเจ็บป่วย 11,762 ล้านบาท ค่าการสิ้นไปจากการเสียชีวิตก่อนวัยฯ 131,073 ล้าน รวมปีละ 220,461 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 20,565 บาท ต่อผู้สูบบุหรี่ 1 คนต่อปี

buri1

4. “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” 2564 รณรงค์ เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำเป็น
กระทรวงสาธารณสุข ชักชวนพสกนิกรร่วมรณรงค์วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก 31 เดือนพฤษภาคม 2564 “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เพื่อสนับสนุนให้เลิกสูบสินค้ายาสูบทุกหมวดหมู่ ลดการเสี่ยงการติดเชื้อ ลดแพร่เชื้อโควิด-19
องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้วันที่ 31 เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันงดเว้นสูบบุหรี่โลก” และก็ปีนี้ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า “COMMIT TO QUIT” เพื่อให้ 180 ประเทศสมาชิกส่งเสริมเชิงแนวทาง และก็ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างความประจักษ์แจ้งถึงอันตรายและก็ภัยร้ายของบุหรี่ทุกหมวดหมู่ สนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วโลกเลิกบุหรี่ให้ได้ 100 ล้านคน
สำหรับประเทศไทย ได้กำหนดประเด็นเน้นย้ำติดต่อสื่อสารไปยังพสกนิกร ภายใต้คำขวัญ “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำเป็น” เนื่องมาจากในเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า การกระทำการ “สูบบุหรี่” ถือเป็นการกระทำเสี่ยง เพิ่มช่องทางรับเชื้อหรือแพร่เชื้อโควิดได้ มีรายงานเจอคนเจ็บที่ติดเชื้อโควิด-19 มีประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยมากมักมีสุขภาพปอดไม่แข็งแรง ทำให้มีอาการรุนแรง และก็เสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กระทรวงสาธารณสุข ขอชักชวนผู้สูบบุหรี่หันมาเลิกบุหรี่ ซึ่งทาง สธ. ได้จัดโครงการระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยผู้ที่ปรารถนาเลิกบุหรี่เข้าถึงบริการและก็รับคำปรึกษา โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรคำศัพท์แห่งชาติ โทร.1600
———————–
อ้างอิง :
หน่วยงานวิจัยและก็จัดแจงความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
สำนักงานสถิติแห่งชาติ1
สำนักงานสถิติแห่งชาติ2
กระทรวงสาธารณสุข