เชือด 4 ประเด็นร้อน แมนยูฯ ปราบ หงส์แดง ฉลุยเอฟเอคัพ

By | 26/01/2021

“ภูตผีปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ “ลิเวอร์พูล” ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมัน เข้ารอบ 5 เอฟเอคัพได้เสร็จ และก็นี่คือ 4 ประเด็นหลักที่ได้เห็นจากเกมนี้

1.รูปเกมแลกเปลี่ยนกันเดือด ใครพลาดโดน

แมนยูฯ ออกสตาร์ตเกมนี้ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ได้ลุ้นก่อนถึง 2 จังหวะจากการยิงของ เมสัน กรีนวูด ครั้งแรกยิงไปติดเซฟ อลิสสัน ครั้งที่สองหลุดเสาแรก จริงๆจังหวะแรกถ้าจ่ายให้ ฟาน เดอ เบค ที่วิ่งเพิ่มขึ้นมาก็บางทีอาจจะได้ประตูไปแล้ว หลังจากนั้นนาทีที่ 18 แปลงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ออกนำก่อน 1-0 แบบง่ายๆเลย เมื่อ โรกางร์โต เฟอร์มิโน ส่งบอลทะลุไปให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนชิพบอลข้ามตัว ดีน เฮนเดอร์สัน เข้าไป แต่นาทีที่ 26 แมนยูฯ ตีเสมอ 1-1 เมื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงตุงตาข่าย หลังจากนั้นแมนยูฯ ครองเกมไว้ได้หมดก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ต่อกันที่ครึ่งหลัง เริ่มมาแค่ 3 นาที แมนยูฯ ขึ้นนำ 2-1 เมื่อ เมสัน กรีนวูด ส่งบอลขึ้นมาทางด้านซ้าย รีส วิลเลียมส์ แผงหลังดาวรุ่งลิเวอร์พูลสกัดบอลวืด เลยมาถึง แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่าย เกมเปิดแลกเปลี่ยนกันเดือด นาทีที่ 58 ลิเวอร์พูล ตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ตัดบอลได้ในดินแดนของยูไนเต็ดก่อนจ่ายแม้กระทั่ง เฟอร์มิโน ผ่านบอลเข้ากึ่งกลาง มิลเนอร์ ข้ามหลอกให้ ซาลาห์ ยิงเข้าไป พอเพียงตีเสมอได้เสร็จ ลิเวอร์พูล ฝ่าใส่อย่างหนักเพื่อหวังเอาประตูเพิ่ม แม้กระนั้นการยิงของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ กับ ซาลาห์ โดน ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟไว้ได้ทั้งหมด จนกระทั่งนาทีที่ 77 แมนยูฯ มาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ปั่นเข้าไปตุงตาข่าย พาภูตผีปิศาจแดงคว้าชัย 3-2 ไปในที่สุด ตีตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมได้เสร็จ ไปเจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

liver

2.ฟาน เดอ เบค-แม็คโทมิเนย์ ทำเป็นไม่ดีพอเพียง

เกมนี้ ดอนนี ฟาน เดอ เบค ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง มองไปดูมาราวกับจะดีเนื่องจากมีจังหวะเล่นบอลจังหวะเดียวแบบสวยๆให้เห็น กระทั่งช่วยให้ทีมมีลุ้นทำประตู แม้กระนั้นพอเพียงเล่นไปเรื่อยดันค่อยๆหายไปจากเกมและก็หน้าที่ค่อนข้างน้อย และก็เป็น บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ลงมาแทนที่เขาและก็เป็นคนซัดฟรีคิกเป็นประตูชัยให้ภูตผีปิศาจแดงในเกมนี้ บางครั้งบางคราว ฟาน เดอ เบค บางทีอาจจะต้องใช้เวลาสำหรับในการปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นของทีมอีกสักระยะ แม้กระนั้น โอเล กุนท้องนาร์ โซลชารื ทำถูกแล้วที่ให้โอกาาสเขาได้ลงสัมผัสเกมสำคัญๆแบบงี้ เพื่อที่จะทำให้ตัวนักเตะมีความแน่ใจที่จะต้อสู่สำหรับในการชิงตำแหน่งในทีมต่อไป ส่วน สกอตต์ แม็คโทมิเนยื วันนี้มองเฉือยแปลกๆเข้าบอลช้าหนึ่งจังหวะตลอด ยิงจังหวะเสียประตูแรกเขาปลดปล่อยให้ เฟอร์มิโน ได้ส่งบอลให้ ซาลาห์ หลุดไปยิงกล้วยๆไม่อุตสาหะจะเข้าไปบีบแย่งบอลอะไร อย่างไรก็ดี น้องแม็ค ก็ยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเนื่องจากฤดูกาลนี้มันมีนัดที่เขาเล่นดีกว่าเล่นห่วยนั่นเอง

3.ชอว์, แรชฟอร์ด, กรีนวูด, บรูโน สุดปัง

นัดนี้ถ้าไม่นับจังหวะปลดปล่อยให้ ซาลาห์ วิ่งแซงไปยิงขึ้นนำ 1-0 ถือว่า ลุค ชอว์ เด่นมากๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบไม่มีหมด เพิ่มเกมรุกได้อย่างดุเดือดจนได้ขึ้นมาเปิดบอลบ่อยครั้ง เล่นแบบงี้น่าจะทำให้ อเล็กซ์ เตลเลส ยากมากที่จะเบียดขึ้นมาแย่งตัวจริงได้ อย่างไรก็ดีนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นได้ว่า การที่ยูไนเต็ดดึง เตลเลส เข้ามา นั้นทำให้ ลุค ชอว์ ยกฐานะฝีเท้าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีคนคอยลุ้นเบียดชิงตำแหน่งนั่นเอง ส่วน แรชฟอร์ด บางวันดีบางวันห่วย แม้กระนั้นนัดนี้บอกเลยว่าชั่วร้ายสุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะเปิดบอลให้ กรีนวูด หลุดไปยิงตีเสมอนั้นเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆและก็จังหวะที่เจ้าตัวได้หลุดไปยิงขึ้นนำ 2-1 ก็จบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม ตอนที่ กรีนวูด แม้จะพลาด 2 นาทีทองในช่วงต้นเกม แม้กระนั้นก็มาแก้ตัวยิงตีเสมอ 1-1 ให้ทีม และก็ยังได้มา 1 แอสซิสต์จากการจ่ายให้ แรชฟอร์ด ยิง จะต้องยกนิ้วให้การติดต่อประสานงานระหว่าง กรีนวูด และก็ แรชฟอร์ด ที่เข้าขากันสุดๆส่วน บรูโน ไม่ต้องพูดเยอะ ลงมาแล้วยกฐานะทีมได้โดยทันที ก่อนที่จะซัดฟรีคิกปลิดวิญญาณพาทีมคว้าชัยไปในที่สุด

liver 2

4.แนวรับหงส์อาการหนัก-เกมรุกดียิ่งขึ้น

เรียกได้ว่าโดนสวยมาแต่ละครั้งรั่วกระจาย สำหรับแนวรับของลิเวอร์พูลที่เกมนี้จัด 4 คน จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, รีส วิลเลียมส์ และก็ เทรนต์ อเล็กซานดอร์ อาร์โนลด์ เริ่มกันที่จังหวะเสียประตูตีเสมอ 1-1 โดนตอบโต้กลับเร็ว ไม่มีใครเข้าไปบีบบ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้เปิดบอลยาวจากฝั่งซ้ายไปขวาให้ เมสัน กรีนวูด หลุดไปยิงกล้วยๆเรียกได้ว่าแผงหลังหลุดกันยกแผง ส่วนจังหวะโดนแซงนำ 2-1 รีส วิลเลียมส์ จะต้องรับผิดชอบไปผู้เดียวแบบเต็มๆเนื่องจากสกัดลูกเปิดของ เมสัน กรีนวูด วืด กระทั่งทำให้บอลหลุดไปถึง แรชฟอร์ด ควบพาบอลเข้าไปยิงตุงตาข่าย
ส่วนจังหวะเสียประตูที่ 3 ฟาบินโญ จะต้องรับผิดชอบเนื่องจากดันไปทำฟาวล์ในระยะที่อันตราย กระทั่งถูก บรูโน เฟอร์นันเดส ซัดฟรีคิกเข้าไป ส่วนเกมรุกของลิเวอร์พูล กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกทีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรกางร์โต เฟอร์มิโน กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ทำเป็นดีเยี่ยมๆเฟอร์มิโน จัดไป 2 แอสซิสต์แบบสวยๆส่วน ซาลาห์ ก็เรียกความเฉียบคมกลับมาได้จาก 2 ประตูที่ทำเป็นในเกมนี้