09/08/2022
Breaking News

เสือพ่นไฟ ชนะคดี! ศาลสั่ง หมีพ่นไฟ ชดใช้ 10 ล้าน ปมละเมิดเครื่องหมายการค้า

ศาลสั่ง 2 จำเลย ชดใช้ชานมไข่มุกเจ้าดัง “เสือพ่นไฟ” 10 ล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ของคดีละเมิดเครื่องหมายการค้า

วันนี้ (23 ธันวาคม) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าขายระหว่างประเทศกึ่งกลาง นัดหมายฟังคำตัดสินคดีที่ น.ส.นันทนัช เอื้อศิริทรัพย์สิน และบริษัท มั่งมีสบายสบาย จำกัด เจ้าของแบรนด์เฉลียงมมุก “Fire Tiger : เสือพ่นไฟ” โจทก์ร่วมที่ 1 และ 2 ร่วมฟ้อง บุคคลปกติรวม 2 ราย ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องดื่มเฉลียงมมุก “หมีพ่นไฟ” และ “The Fire Bear” เป็นเชลยในฐานความผิดฝ่าฝืนยี่ห้อตาม พ.ร.บ.ยี่ห้อ พ.ศ. 2534 พร้อมขอศาลให้สั่งห้ามไม่ให้เชลยทำการฝ่าฝืนสิทธิในยี่ห้อและการบริการของโจทก์ต่อไป ให้ยุติการใช้และจัดจำหน่ายยี่ห้อที่เสมือนคล้ายกับโจทก์

ทั้งนี้ นายสืบสิริ ทวีผล ทนายฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า คดีดังที่กล่าวถึงแล้วศาลตัดสินว่า เชลยมีความผิดฝ่าฝืน ฐานลวงขาย โดยเชลยมีการใช้ยี่ห้อ ลักษณะการตกแต่งร้านค้า และแนวทางการเสิร์ฟเครื่องดื่มผ่านปากสัตว์ที่มีลักษณะเสมือนคล้ายกับธุรกิจของโจทก์ ศาลก็เลยเห็นว่า พฤติกรรมของเชลยทั้งคู่มีความผิดฐานลวงขาย ให้ชดใช้ค่าทำขวัญแก่โจทก์ เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นค่าทำขวัญในคดียี่ห้อที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
ทนายความสืบสิริ ยังกล่าวอีกด้วยว่า จากที่ศาลพินิจพิเคราะห์ เห็นว่าเชลยใช้คำว่า “หมีพ่นไฟ” และ “The Fire Bear” เป็นชื่อร้านค้า ผลิตภัณฑ์และบริการ ธุรกิจการค้า และเป็นชื่อเฉลียงมมุก รวมถึงการใช้ประติมากรรมหัวหมีพ่นไฟ ที่มีลักษณะอ้าปากเป็นช่องส่งสินค้า เฉลียงมมุก ให้แก่ลูกค้านั้น ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปรู้เรื่องว่า เป็นร้านที่มีเจ้าของเดียวกัน หรือผลิตภัณฑ์มาจากแหล่งเดียวกัน ถือว่าเป็นการลวงให้พสกนิกรมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์หรือการค้าขายของเชลย เป็นของโจทก์หรือเกี่ยวข้องกับโจทก์ ก็เลยถือว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืน ฐานลวงขาย

ส่วนการกำหนดค่าทำขวัญนั้น ศาลให้เชลยทั้ง 2 จ่ายค่าทำขวัญให้แก่โจทก์ เป็นจำนวนเงิน 10,000,000 บาทพร้อมดอกตามกฎหมายนับแต่วันฟ้อง รวมถึงจ่ายค่าทำขวัญ เดือนละ 100,000 บาท นับแต่วันฟ้อง จวบจนกระทั่งเชลยทั้งคู่จะยุติพฤติกรรมฝ่าฝืนดังที่กล่าวถึงแล้ว ทั้งยังทางโจทก์ยังได้ยื่นฟ้องเชลยเป็นคดีอาญา ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิเคราะห์ของศาล โดยคดีทางอาญาจัดการฟ้องในข้อหาเดียวกัน โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนของการพิเคราะห์

ทางด้าน น.ส.นันทนัช กล่าวว่า ต้องการที่จะให้เป็นกรณีตัวอย่างสำหรับคนที่ทำธุรกิจว่าการได้รับแรงดลใจและการก๊อปปี้เลียนแบบนั้นแตกต่างกัน ต้องการที่จะให้ทำธุรกิจโดยการให้เกียรติกัน ไม่ใช่ลอกเลียนแบบอย่างตั้งใจหรือตั้งอกตั้งใจเช่นเดียวกับกรณีนี้ ไม่อย่างนั้นจะมีผลด้านกฎหมายได้