25/05/2022
Breaking News

ไม่ได้แอบ! อดีตสามีซีอีโอสาว ลั่นเป็นโสดแล้ว ก่อนจดทะเบียนสมรสผู้ใหญ่บ้านคนดัง

a

อดีตสามีซีอีโอสาว แจงอีกมุม มีการตกลงก่อนจะเลิกกัน ยืนยันไม่ได้แอบจดทะเบียนสมรสกับ “ผู้ใหญ่บ้านเหมียว”

จากกรณี เฟซบุ๊กแฟนเพจ ษิทรา เบี้ยมีขึ้น เลขาธิการมูลนิธิคณะทำงานทนายความพลเมืองฯ เปิดเผยถึงเรื่องราวของซีอีโอสาวบริษัทโทรทัศน์ช่องเคเบิ้ลแห่งหนึ่ง ที่มาปรึกษารวมทั้งขอความรู้ด้านกฎหมายกับทนายความษิทรา เบี้ยมีขึ้น หรือ ทนายความตั้ม กรณีสามีซึ่งอยู่กินกันมา 10 ปี รวมทั้งมีลูกร่วมกัน 1 คน แอบไปจดทะเบียนสมรสกับผู้ใหญ่บ้านสาวสวย
ปัจจุบัน วันนี้ (13 เดือนมกราคม) ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายคทาธร พิลาดงษ์ หรือ แม็ค รักแท้ ไทยนิยม อายุ 45 ปี สมัยก่อนนักร้องลูกทุ่ง มีเพลงดังหลายเพลง อาทิเช่น น้ำตาขุนแผน รวมทั้งรักแท้ไม่แคร์เหตุผล เคยสังกัดค่ายดัง ปัจจุบันนี้มีบ้านพักอยู่ที่เขตเทศบาลตำบลปากคาด อ.ปากคาด จังหวัดบ่อน้ำรอยดำ ได้เปิดเผยผ่านทางโทรคำศัพท์ถึงกรณีดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า

ตนได้คบค้าอยู่กินฉันผัวเมีย คุณเอ (ขอรักษาชื่อชื่อสกุลจริง) อายุ 33 ปี CEO เคเบิ้ลโทรทัศน์ช่องหนึ่ง มาด้วยกัน 13 ปี หลังจากนั้นก็ได้ก่อร่างสร้างฐานตั้งบริษัทมาด้วยกัน 3 บริษัท โดยร่วมกันบริหารกระทั่งธุรกิจเติบโตขึ้นมา ส่วนมากก็ทำสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม รวมทั้งขายเครื่องดื่มอาหารเสริม ซึ่งประสบผลสำเร็จด้วยดี ก็เลยได้ก่อสร้างบ้าน สร้างอาณาจักรรวมทั้งมีคณะทำงานกว่า 30 ชีวิต อยู่ในบริษัท

ตนรวมทั้งสมัยก่อนเมียอยู่ร่วมกันมามีลูกชาย วัย 8 ขวบ ร่วมกัน 1 คน ส่วนเมียเขาก็มีลูกกับสามีเก่ามาก่อนแล้ว เวลาที่ร่วมหมอนนอนเตียงเคียงคู่กันมา 13 ปี รวมทั้งตั้งเนื้อตั้งตัวทำบริษัทมาด้วยกัน กระทั่งฐานะมั่นคง ตัวเองก็เคยอ้อนวอนขอจดทะเบียนสมรสกับคุณเอมาตลอด แต่ว่าก็ถูกบ่ายเบี่ยงว่ายังมีปัญหากับลูกกับสามีเก่าอยู่ถึงไม่อาจจะจะขึ้นทะเบียนกับเราได้

ซึ่งข้อสรุปนั้นเขาเองยังไม่เลิกทะเบียนกับสามีเก่า ข้อนี้ผมเข้าใจดี ในเมื่อขึ้นทะเบียนไม่ได้ก็อยู่ร่วมกันอย่างนี้ต่อไปก็ช่างเถิด แต่ว่าก็เป็นห่วงว่าถ้าเกิดในอนาคตกำเนิดอะไรขึ้น หรือเป็นอะไรไปก็บางครั้งก็อาจจะกระเทือนด้านธุรกิจ เราเองก็มีลูกร่วมกัน 1 คน ส่วนเขามีลูกกับสามีเก่าเช่นเดียวกัน 1 คน

แต่ว่าแล้วอยู่ๆมาเมียซึ่งเป็นที่รักของตนเอง ถูกใจหาเรื่องทะเลาะอยู่เสมอเวลา ซึ่งกล่าวอะไรนิดทำอะไรหน่อยก็ผิดตาต้องใจ มีแต่ว่าพร่ำบ่นว่าขาน สุดท้ายก็ไปกันไม่รอด หลังจากที่ทะเลาะกันมาบ่อยกระทั่งไม่อาจจะจะครองรักครองเรือนต่อไปกันได้ เมื่อต้นปี 2564 ก็เลยได้ตกลงกันว่าจะเลิกราแยกทางกันอยู่

โดยเขาขอเอาบริษัททั้งยัง 3 แห่งที่ขึ้นทะเบียนร่วมกันมาไปถือครองเพียงคนเดียว และจากนั้นก็แยกบ้านกันอยู่โดยบ้านที่อยู่ในรอบรั้วเดียวกัน ซึ่งมีถนนผ่ากลาง ด้านซ้ายตนเป็นผู้ครอบครอง ส่วนด้านขวาคุณเอเป็นผู้ครอบครอง รวมทั้งกึ่งกลางชูให้ลูกชายที่เกิดมาร่วมกันเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำรวมทั้งสตูดิโอห้องทำงาน