9 ภาพยนตร์ไทยที่ต้องดูในช่วงเวลานี้ ภาพยนตร์ไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลกนะคะ

By | 24/09/2020

ขอนำเสนอรายนาม 9 ภาพยนตร์ไทย ที่คู่รักหนังต้องไม่พลาด! การันตีด้วยผลงานการกวาดรางวัลภาพยนตร์ดีเยี่ยมที่สุด เชื่อว่าแต่ละเรื่องคุณต้องเคยดูบ้างแหละภาพยนตร์ไทยของเราก็มีดีไม่แพ้หนังต่างประเทศนะจ๊ะ มีภาพยนตร์ไทยหลายต่อหลายเรื่องที่ปัดกวาดรายได้ไปเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นหนังร้อยล้านที่ประสบผลสำเร็จมากมายก่ายกอง


ลำดับที่ 9
OnZonDe

OnZonDe
ผลงานหนังตลกครึกครื้นแนวอีสานบ้านเฮา ที่ 3-4 ปีหลังมานี้หนังแนวไทบ้าน-หน้าฮ้านเจือมนต์เพลงหมอลำแปลงเป็นหนังอีกหนึ่งแนวที่มีออกมาให้ดูกันมากมาย รวมทั้งประสบผลสำเร็จในกลุ่มเป้าหมายคนดูอีสานอย่างน่าเฝ้าดู รวมทั้งกับทีมดาราเรื่องนี้ที่ยกกันมาจากหนังฮักแพง เมื่อปีก่อน อีกทั้งเบิ้ล สัตตบุษย์ราช, แซ็ค ชุมแพ, ก้อง ห้วยไร่, มั่งคั่งญ่า อาร์ไทย รวมทั้งยังมี แน็ค-ชาลี พระรัตนไตร จากหนังแฟนฉันที่กลับมามีกระแสไวรัลมากมายในปี 2562 ก่อนหน้าที่ผ่านมาจนกระทั่งโด่งดังอีกครั้งมาสมทบในหนังด้วย หนังฮักบวกฮา “ออนซอนเด้” ที่มีความหมายว่า น่ารัก สวยเรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับคนเดิมจากฮักแพง นั่นคือ ธีรเดโช สพันอยู่ รวมทั้งยังอำนวยการสร้างโดยเบิ้ล สัตตบุษย์ราชที่เป็นดาราในเรื่องด้วย

 


ลำดับที่ 8
Khun Phaen Begins

Khun Phaen Begins
ต้องยอมรับในไอเดียเริ่มต้นรวมทั้งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของทีมผู้สร้าง ที่กลับแนวแหกกรอบจนกระทั่งไม่เหลือเค้าเดิมของวรรณกรรมพื้นเมืองอย่างขุนช้างขุนแผนเลย (หนังขุนแผนฉบับปัจจุบันต้องย้อนไปปี 2545 ของปื๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล ที่กำลังดังจากหนังบางระจัน) ซึ่งนานๆที่จะได้เห็นในภาพยนตร์ไทย รวมทั้งการใส่เอฟเฟกต์แฟนตาซีเข้าไปแบบจัดเต็มซึ่งดูดีมากกว่างานภาพยนตร์ไทยตามมาตรฐานทั่วไป หนังให้ครบทุกอารมณ์สำหรับคนดูที่ต้องการความบันเทิงอีกทั้งอารมณ์ขัน โรแมนติก ไปจนกระทั่งสยองขวัญ แต่ว่ามาตกม้าตายที่เรื่องบทรวมทั้งการกระจายความสำคัญของตัวละครที่มีคนจำนวนไม่น้อยได้อย่างไม่ทั่วถึง

 


ลำดับที่ 7
Bikeman

Bikeman
หลังจากการบรรลุเป้าหมายของภาคแรกในระดับทำรายได้ 50 ล้านบาท ผู้กำกับพฤกษ์ เอมะรุจิก็เลยกลับมาปฏิบัติภารกิจเดิมสำหรับในการสืบต่อเรื่องราวจากภาคแรกเมื่อปี 2561 ผลงานร่วมสร้างระหว่าง Workpoint รวมทั้ง M Pictures ที่อำนวยการสร้างโดยยอร์ช-ยามชัยเรื่องนี้ ยังคงได้ดาราชุดเดิมกลับมาทั้งผองอย่าง พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ที่ในปีนี้กำลังอยู่ในกระแสข่าวเลิกรากับนางเอกอีกคนยากจนแปลงเป็นกระแสที่ช่วยส่งให้หนังดังด้วยก็เป็นไปได้, ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์ไพศาล, นักร้องดัง เจนนิเฟอร์ คิ้ม, ค่อม ชักชวนชื่น, โรเบิร์ต สายควัน, โอ๊ต-ปราโมช ปาชตุน สมทบด้วยดาราใหม่ เต๋า-สมชาย เข็มติดเสื้อ
จากการบรรลุเป้าหมายในภาคแรกกับหนังมองเอาฮารวมทั้งความบันเทิง การตีเหล็กตอนร้อนด้วยการส่งภาค 2 ตามมาติดๆในปีถัดมา (ซึ่งเป็นสูตรที่พี่นาคของไฟว์สตาร์ก็เดินตามสำหรับในการรีบส่งภาค 2 ในปีถัดมาเลย) ก็เป็นอีกสูตรที่ดีของภาพยนตร์ไทยที่คนพร้อมจะเข้ารับความสนุกสนานแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก หากว่าภาคนี้จะทำรายได้ร่วงจากภาคแรกลงไปแทบครึ่ง ก็อาจจะต้องมาลุ้นกันว่า หนังจะมีภาค 3 ตามออกมาอีกไหม

ลำดับที่ 6
Happy old Year

HAPPYOLDYEAR
เป็นอีกครั้งที่ค่าย GDH ได้ชี้ให้เห็นถึงความไว้เนื้อวางใจของฐานแฟนคลับ ที่พร้อมจะให้การส่งเสริมอีกทั้งหนังแมส (อย่างตุ๊ดส์ซี่หรือ Friend Zone) รวมทั้งหนังที่ดูจะเข้าถึงได้ยากอย่างงี้ ซึ่งก็นับว่าเป็นจังหวะที่ดีของคนชอบดูหนังคนประเทศไทยที่จะได้ทดลองรสแปลกใหม่ของหนังในอีกต้นแบบ กับเรื่องนี้เอง ผู้กำกับเต๋อก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า เป็นหนังที่ลอมชอมระหว่างการทำตามใจตนเองกับกระทำตามตลาดที่สุดแล้ว เพราะว่าอยู่ตรงกลางระหว่าง Die Tomorrow รวมทั้งฟรีแลนซ์ ห้ามป่วยไข้ ห้ามพัก ห้ามรักหมอ เป็นการปิดจบสามภาคของหนังเกี่ยวกับชีวิตคนเราที่เขาได้รับประสบการณ์รวมทั้งได้สัมผัสมา ไม่แน่หนังเรื่องถัดไปอาจจะเป็นหนังพีเรียดชีวประวัติบุคคลอะไรแบบนั้นไปเลยก็ได้


ลำดับที่ 5

Krasue : Inhuman Kiss

Krasue Inhuman Kiss

การบรรลุเป้าหมายของหนังเกิดขึ้นมาจากการแสดงที่ลงตัวของดาราหลัก รวมทั้งการเซ็ตบรรยากาศรวมทั้งโปรดักชัน ของหนังออกมาได้สมจริง หากว่าหนังจะมีเรื่องราวในองก์ที่ 3 ของเรื่องที่เปลี่ยนจากหนังทริลเลอร์แปลงเป็นหนังแฟนตาซีเต็มต้นแบบ แต่ว่าสูตรนี้ก็เคยใช้เสร็จกับหนังอย่างนาคี 2 ที่ว่าด้วยภูตผีรวมทั้งสิ่งมีชีวิตในตำนานมาแล้ว หนังได้รับคัดให้เป็นตัวแทนเมืองไทย เข้าแข่งขันสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างชาติดีเยี่ยมที่สุดของรางวัลออสการ์ประจำปี 2562 ด้วย

 

ลำดับที่ 4

Khun Bunlue

Khun Bunlue

หม่ำ จ๊กมก ซูเปอร์สตาร์ตลกขบขันชื่อดังของเมืองไทย กลับมาเล่นหนังเองกำกับเองอีกครั้งหลังจากกำกับภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายคือ ทาสรักยักษ์ เมื่อ 4 ปีก่อน โดยในเรื่องนี้เป็นหนังพีเรียดยุครัตนโกสินทร์ตอนแรก หม่ำ จ๊กมกรับบทเป็นขุนบันลือ มีการผูกเรื่องให้เกิดที่จังหวัดเชียงราย เข้ากับกระแสข่าวโจ๊กตอนที่หนังกำลังสร้างว่า หม่ำมีภรรยาน้อยอยู่ที่จังหวัดเชียงราย (จากที่โหน่ง ชะช่าช่า ชอบพูดในรายการทีวี) ผู้กำกับยังบอกอีกว่า ตั้งมั่นจะสร้างหนังเรื่องนี้มา 7 ปีแล้ว รวมทั้งต้องการที่จะให้คนที่อาศัยอยู่ในครอบครัวมาเล่นกันหมด ติดที่บุตรสาวพึ่งมีลูกเลยไม่สบายมาเล่นแค่ผู้เดียว

 


ลำดับที่ 3

Homestay 

Homestay
เรื่องราวของวิญญาณเร่ร่อนที่ได้รับจังหวะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของ มิน (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) เด็กมัธยมปลายเป็นการอยู่ในร่างที่เรียกว่าโฮมสเตย์ได้ชั่วครั้งชั่วคราวกระทั่งจะหาคำตอบเรื่องราวทั้งผองได้ด้านใน 100 วัน ว่า มินตายเพราะว่าคนไหนกันแน่ เขาเปรียบแต่งงานใหม่ มีเพื่อนฝูงใหม่ รวมทั้งการได้มีความรักครั้งใหม่กับ พาย (รุกข์ปราง อารีย์กุล) พี่รหัสของ มิน สตรีที่ทำให้ผมต้องการอยู่ในร่างโฮมสเตย์นี้ตลอดกาล ต้องทำทุกวิธีเพื่อตอบก่อนที่จะเวลาชีวิตในร่างโฮมสเตย์ของผมจะหมดลง

ลำดับที่ 2
Brother of the Year

BROTHEROFTHEYEAR
ชัช (ซันนี่ สุวรรณความฉลาดความยินดี) พี่ชายที่คาดหวังอยากได้น้องชายก็ดันได้น้องสาวซะงั้น แถมตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโต เขาชอบมีเรื่องตีกันกับ เจน (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์) ได้ตลอด เพราะว่าเจนมักจะทำตัวเสมือนแม่ แต่ว่าชัต่อยลับมักจะทำตัวเป็นภาระมากกว่าเป็นพี่ นอกนั้นชัชเองก็ด้อยกว่าเจนในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่าเรียน กีฬา เค้าหน้า นิสัย แต่ว่าเวลาเดียวที่ชัชจะโชว์เหนือปฏิบัติตนเป็นพี่ได้ก็คือ ในระหว่างที่มีคนมาจีบเจน ชัชจะไล่หนุ่มๆพวกนั้นหนีหายไปหมดเป็นเสมือนการเอาคืน ทำให้เจนต้องปกปิดความรักระหว่างเธอกับ โมจิ (นิชคุณ หรเวชกุล) เด็กหนุ่มลูกครึ่งประเทศญี่ปุ่นสุดเพอร์เฟค เพราะว่าเจนไม่อยากที่จะให้ความรักครั้งนี้พังทลายยับด้วยมือของพี่ชัชเสมือนที่ผ่าน แต่ว่าความรักไม่ใช่ความลับ ชัชรู้จนได้ว่าเจนกับโมจิแอบคบกัน แล้วมีเหรอที่ชัชจะยอมปล่อยผ่าน เพราะว่าไม่ว่าอะไรที่ทำให้น้องสาวสุขสบาย พี่ชายที่แสนดีอย่างชัชจะไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน!!

 


ลำดับที่ 1

Friend Zone

FRIENDZONE
ผลงานเรื่องแรกแบบเต็มๆของดาราดาวรุ่งที่กำลังมาแรงอย่าง นาย-ณงาม เสียงสมบุญ ที่เคยฝากผลงานไว้ภายในพรจากฟ้าของค่าย GDH ในตอนยามเย็น มาก่อน ส่วนข้างหญิงก็ได้ส่งผลงานหนังร้อยล้านเรื่องแรกเสียเชิง สำหรับ ใบเฟิร์น-พิมพ์พ่อ ลือวิเศษไพบูลย์ ที่เคยแจ้งเป็นผลมาจากหนังสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักมาแล้ว (ทำรายได้ไป 80 ล้านบาท) รวมทั้งปีนี้ยังเป็นปีที่เธอได้ส่งผลงานละครสุดฮิตอย่างใบไม้ที่ปลิดลอยละลิ่ว ซึ่งเธอสวมบทเป็นสาวชนิดสองชื่อ”นิรา”ที่คนติดตามดูกันอีกทั้งบ้านทั่วเมือง ผลงานหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่เป็นแนวถนัดของค่าย GDH เรื่องนี้สำเร็จงานของ หมู-ชยนพ บุญประกอบ ที่เคยกำกับหนัง Suckseed แย่ขั้นเทวดา, เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ รวมทั้งพรจากฟ้า ตอนยามเย็น ที่ที่งามเป็นผู้แสดงนำชายมาก่อน ซึ่งก็นับว่าเป็นงานโรแมนติกเต็มกำลังที่ใช้เวลาปรับปรุงบทกันมาถึง 4 ปีเต็ม หลังจากหมูทำหนังวัยรุ่นมา 2 เรื่อง

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *